China, What's Next?

ล็อตเตอร์รี่joker: China’s relations in the Asia-Pacific: Central Asia

ผลพรีลีก,ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงปิดตลาดปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยดัชนีฮั่งเส็งเพิ่มขึ้น 57.53 จุด หรือ 0.27% ปิดวันนี้ที่ 21,561.90 จุด ขณะที่นักลงทุนจับตาการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในวันที่ 16-17 ก.ย.นี้ ซึ่งนักวิเคราะห์คาดว่าเฟดจะยังไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างไรก็ตามแม้ปีนี้ผู้บริหารคาดว่ารายได้ไม่ได้ตามเป้าที่วางไว้ 1 หมื่นล้านบาท โดยปรับลดเหลือราว 8-9 พันล้านบาท แต่อัตรากำไรสุทธิจะไม่น้อยกว่าปีก่อนที่อยู่ในระดับ 5% จึงมั่นใจว่ากำไรปีนี้น่าจะดีกว่าปีก่อน ขณะที่ฐานะการเงินของบริษัทยังมั่นคงนอกจากนี้ ในสัปดาห์นี้ จะมีการประกาศตัวเลขเงินเฟ้อของยูโรโซน การประชุมธนาคารกลางสวิสเซอร์แลนด์ และการประชุมของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ซึ่งคาดว่า BOJ น่าจะรอผลของการประชุมเฟดในครั้งนี้ ด้านไทยเองจะมีการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในวันพุธ คาดว่าน่าจะคงอัตราดอกเบี้ย เนื่องจากช่วงนี้นโยบายทางการเงินจะมีผลค่อนข้างน้อย ประเทศไทยจะใช้นโยบายทางการคลังซึ่งจะมีผลต่อเศรษฐกิจโดยตรงมากและเร็วกว่าในการกระตุ้นเศรษฐกิจ ตามที่ ครม. ใหม่ได้เสนอมาตรการไปแล้ว ซึ่งจะต้องติดตามผลกันต่อไป, ดัชนี 1,379.09 เปลี่ยนแปลง +1.94 จุด มูลค่าการซื้อขาย 17,958 ลบ.รวมทั้ง WCIH จะดำเนินการเพิ่มทุนของบริษัทอีกจำนวน 160 ล้านบาท จากทุนจดทะเบียนปัจจุบันจำนวน 1,000 ล้าน บาท เป็นทุนจดทะเบียนจำนวน 1,160 ล้านบาท โดยการออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 16 ล้านหุ้นมูลค่าหุ้นที่ตราไว้หุ้นละ 10 บาท โดยมีส่วนล้ำมูลค่าหุ้นอีกหุ้นละ 40 บาท รวมเป็นเงินค่าหุ้นเพิ่มทุนทั้งสิ้น 800 ล้านบาท และจัดสรรให้แก่ผู้ถือหุ้นของบริษัทขณะที่นักลงทุนจับตาดูข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐในวันนี้ รวมถึงยอดค้าปลีกเดือนส.ค., ดัชนีภาวะธุรกิจโดยรวม (Empire State Index) เดือนก.ย., การผลิตภาคอุตสาหกรรม-อัตราการใช้กำลังการผลิตเดือนส.ค. และสต็อกสินค้าคงคลังภาคธุรกิจเดือนก.ค.ด้านกราฟ กำลังฟื้นตัวแม้ทรงจะยังไม่สวยมากแต่ก็มีสัญญาณซื้อเป็น minor up trend แล้วเรียกว่าหุ้นฟื้นไข้ ยังแกว่งๆ ไม่แข็งแรงซะทีเดียว แต่ถ้าผ่านต้าน 7.50 บาทไปแล้วคราวนี้คงเอาไม่อยู่ ราคาตรงนี้ ถือว่าจุดเริ่มๆ รอบใหม่ๆ สะสมกันไว้บ้างหุ้นกลุ่มพลังงานดีดตัวขึ้น นำโดยหุ้นเชฟรอน คอร์ป ปรับตัวขึ้น 1.9%,หุ้นกลุ่มรถยนต์ได้รับแรงซื้อส่งเข้าหนุนเช่นกัน โดยหุ้นฟอร์ด มอเตอร์ พุ่งขึ้น 1.3% หุ้นเจนเนอรัล มอเตอร์ ปรับขึ้น 1.4% หุ้นเฟียต ไครสเลอร์ ออโตโมบิลส์ พุ่งขึ้น 3.3%,หุ้นกลุ่มการเงินดีดตัวขึ้น โดยหุ้นมอร์แกน สแตนลีย์ และหุ้นแบงก์ ออฟ อเมริกา ปรับตัวขึ้นอย่างน้อย 2.1% ส่วนหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีปรับตัวขึ้นเช่นกัน นำโดยหุ้นไมโครซอฟท์ ดีดตัวขึ้น 2% และหุ้นกูเกิล พุ่งขึ้น 2.1%นายปิยะ เตชากูล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอทีพี 30 จำกัด (มหาชน) หรือ ATP30 เปิดเผยว่า บริษัทอยู่ระหว่างเจรจากับลูกค้าใหม่เพิ่มอีกจำนวน 5 ราย ในเขตนิคมอุตสาหกรรม จ.ชลบุรี และจ.ระยอง ที่มีความต้องการใช้รถรับส่งบุคลากรจำนวนประมาณ 40-50 คัน มูลค่าประมาณ 400 ล้านบาท สรุปหุ้น 10 อันดับแรกที่หนุนดัชนีภาคเช้า (15 ก.ย.) สรุปซื้อขายกระดานรายใหญ่ (ภาคเช้า) U-W1 มูลค่าสูงสุด 10.83 ลบ.、ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) มีมติคงนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายพิเศษในการประชุมวันนี้ ขณะที่ปรับลดการประเมินเกี่ยวกับเศรษฐกิจต่างประเทศ ท่ามกลางภาวะชะลอตัวของเศรษฐกิจจีนChow Steel Industries (CHOW TB; THB 6.55) ซื้อนักลงทุนจับตาดูการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (FED) ในวันที่ 16-17 ก.ย.นี้อย่างใกล้ชิด ขณะที่นักลงทุนบางส่วนในตลาดปริวรรตเงินตรามองว่า แม้ข้อมูลเศรษฐกิจที่สหรัฐเปิดเผยล่าสุดนั้น จะอ่อนแอและทำให้กระแสคาดการณ์เรื่องการขึ้นดอกเบี้ยของเฟดดูแผ่วลง แต่ก็เชื่อว่าโอกาสที่เฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ยนั้น ยังคงมีอยู่TOP ราคาปิด 51.00,ไร้ปัจจัยใหม่ ติดตามการประชุม กนง.ในวันที่ 16 ก.ย.คาดคงอัตราดอกเบี้ยเท่าเดิม มีการประชุมครม.ในวันนี้ โดยโฆษก คสช. เปิดเผยว่ารองนายกรัฐมนตรี ได้มาชี้แจงกรอบเวลาการดำเนินงานในช่วงจากนี้ไป โดยเฉพาะในเรื่องการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญ รวมถึงสูตรระยะเวลา 6+4+6+4 เพื่อให้เห็นถึงความจำเป็นในการดำเนินการตามกรอบเวลาดังกล่าว ซึ่งนายกฯและหัวหน้า คสช.ได้ขอให้ดำเนินการในระยะเวลาที่กระชับขึ้น แต่อย่างไรก็ดีเห็นว่าคงจะต้องขึ้นกับองค์ประกอบหลายๆอย่างมองโอกาส ซื้อ ที่แนวรับ 1,360 จุด: เรามองโอกาส ซื้อ เมื่อ SET พักฐานมาที่แนวรับ 1,360 จุด โดยเน้นการเข้าซื้อหุ้นกลุ่มที่ได้รับผลดีจากการลงทุน และการบริโภคภายในประเทศ เหมือนเดิม รวมไปถึงหุ้นกลุ่มสื่อสารที่ได้รับผลดีจากความชัดเจนประมูลคลื่น 900MHz และ 1800MHz ปลายปีนี้ โดยเราแนะนำ:- S50U15 / ราคาปิด 885.50 จุด เปลี่ยนแปลง +0.10 จุดส่วนโครงการโรงไฟฟ้าชีวมวล ปัตตานี กรีน (PTG) กำลังการผลิตเสนอขาย 42 เมกะวัตต์ แบ่งเป็น 2 เฟส เฟสละ 21 เมกะวัตต์ ซึ่งในเฟสแรก ได้รับใบตอบรับซื้อไฟฟ้าจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เรียบร้อยแล้ว ส่วนเฟส 2 กำลังอยู่ระหว่างการขอใบอนุญาตDEMCO(BUY:Consensus [email protected]): คาดปี 58 กำไรโต 32%YoY และโตต่อ 17.6%YoY ในปี 59 หนุนโดย Backlog ในมือ 5.8 พันลบ. บวกกับ งานระหว่างประมูลอีกรวม 4.5 พันลบ. ขณะที่ WEH ได้ PPA เพิ่มอีก 4 โครงการ รวม 360 MW (DEMCO ถือ 4%) และมีแผน IPO ช่วง 1Q59 นับเป็น Sentiment เชิงบวกต่อ DEMCO นอกจากนี้คาดบริษัทได้อานิสงส์จากโครงการภาครัฐฯ ในการทำระบบสายไฟฟ้าใต้ดินในกรุงเทพระยะ 10 ปี มูลค่า 1.43 แสนลบ. + มี Upside 34% จึงแนะนำ ซื้อ อย่างไรก็ตาม ได้มีการประเมินผลกระทบในกรณีเลวร้ายสุดที่อาจจะเกิดขึ้นได้ ถ้า ADVANC จะต้องจ่ายเงินดังกล่าว โดยประเมินส่วนที่จะต้องจ่ายจากการแก้ไขสัญญาสัมปทานในครั้งนั้นจะอยู่ประมาณ 9.7 หมื่นล้านบาท ซึ่งถ้าคิดผลกระทบทันทีจะได้ผลกระทบต่อหุ้นที่ 32 บาทต่อหุ้น แต่ถ้าคิดเป็น Present Value Discount WACC 8.3% จะได้ผลกระทบต่อหุ้นที่ 22 บาทต่อหุ้น จากราคาเป้าหมายเดิมของที่ 322 บาท ทำให้ช่วงราคาเป้าหมายปรับลดลงมา 290-300 บาทต่อหุ้น。

สำหรับความเคลื่อนไหวล่าสุดนั้น คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์จีน (CSRC) เปิดเผยว่า การกวาดล้างการซื้อขายหลักทรัพย์ที่ผิดกฎหมายจะไม่ส่งผลกระทบต่อตลาด หลังจากที่ตลาดหุ้นจีนทรุดตัวลงอย่างหนักเมื่อวานนี้ส่วนความคืบหน้าการเจรจาความร่วมมือทางธุรกิจกับอาลีบาบา กรุ๊ป โฮลดิ้ง นั้น นายอมร กล่าวว่า ปลายเดือน ก.ย. นี้จะเดินทางไปประเทศจีนอีกครั้งเพื่อเจรจาอีกครั้ง เพื่อร่วมกันทำธุรกิจอีคอมเมอร์ซ และโลจิสติกส์ คาดว่าน่าจะได้ข้อสรุปภายใน 1-2 เดือนนี้ เพราะเจรจากันมาหลายรอบแล้ว ประเมินเงินลงทุนเบื้องต้นราว 100 ล้านบาทขณะที่บริษัทในเมียร์มาร์นั้นปัจจุบันมีรายได้ต่อปีราว 200 ล้านบาท ซึ่งคาดหวังว่าจะมีรายได้จากต่างประเทศมากขึ้น เนื่องด้วยเมียนมาร์อยู่ในช่วงของการเลือกตั้ง ที่จะเกิดขึ้นในเดือนพ.ย.นี้ และถ้าหากมีการเลือกตั้งเสร็จสิ้น หลังจากนั้นเชื่อว่าเมียนมาร์จะเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างมากในเรื่องของการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน โดยบริษัทฯก็มองโอกาสที่จะเข้าไปรับงานทำเทเลคอมในเมียนมาร์ด้วย และน่าจะมีรายได้เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ,ขณะที่นักวิเคราะห์รายหนึ่งของ CNBC คาดการณ์ว่า เฟดอาจจะเลื่อนเวลาการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยออกไปอีก ซึ่งอาจจะเป็นเดือนม.ค.2559ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลาดหุ้นเอเชียปรับตัวเพิ่มขึ้นในช่วงเช้าวันนี้ ขณะที่นักลงทุนจับตาดูผลการประชุมของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ในวันนี้ รวมถึงผลการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในเช้าวันศุกร์ตามเวลาไทย สรุปซื้อขายกระดานรายใหญ่วันนี้ ADVANC มูลค่าสูงสุด 138.59 ลบ., เงินที่ได้จากการระดมทุน บริษัทจะนำไปชำระคืนเงินกู้สถาบันการเงิน ลงทุนในโรงงานผลิตเสาส่งไฟฟ้าแรงสูงและเสาโทรคมนาคมในสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ ลงทุนในโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนในไทย และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนกิจการ เพื่อสร้างความแข็งแกร่ง และเพิ่มโอกาสในการเติบโตของบริษัทในอนาคต นายเกรียงไกร กล่าว,ขณะที่นักลงทุนจับตาดูข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐในวันนี้ รวมถึงดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนส.ค., ข้อมูลเงินทุนไหลเข้าและยอดซื้อพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐของต่างชาติเดือนก.ค. และดัชนีตลาดที่อยู่อาศัยเดือนก.ย.จากสมาคมผู้สร้างบ้านแห่งชาติ (NAHB)โดยสัดส่วนการผลิตคอนเทนต์เองอยู่ที่ 90% และรับจ้างผลิตอยู่ที่ 10% คาดว่าการปรับเปลี่ยนทั้งหมดที่กล่าวมาข้างต้น จะส่งผลให้มียอดผู้ชมที่เพิ่มขึ้นทันทีเฉลี่ยประมาณ 450,000 คนต่อนาที จากปัจจุบันมียอดผู้ชม 350,000 คนต่อนาที ถือเป็นตัวเลขที่พึงพอใจ เพราะสามารถรักษาเรตติ้งให้มีเสถียรภาพและอยู่ในกลุ่มผู้นำของสถานีดิจิตอลทีวีได้อย่างมั่นคง ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจยุโรป หรือ ZEW เผยดัชนีความเชื่อมั่นของนักลงทุนและนักวิเคราะห์ในเยอรมนีที่มีต่อสภาพเศรษฐกิจของประเทศ ร่วงลงแตะ 12.1 ในเดือน ก.ย.จากระดับ 25.0 ในเดือน ส.ค. โดยปรับตัวลงเป็นเดือนที่ 6 ติดต่อกันแล้ว และตัวเลขล่าสุดถือเป็นระดับต่ำที่สุดในรอบ 10 เดือน และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ ท่ามกลางความวิตกกังวลที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจตลาดเกิดใหม่โดยเฉพาะจีน จากกราฟ CEI ราย 60 นาทีเห็นการเริ่มโค้งตัวของกราฟในรูปแบบ U-curve โดย MACD กำลงจะสร้างสัญญาณซื้อระยะสั้น โดยมีแนวต้านของการปรับขึ้นที่ 1.22 บาท หากผ่านไปได้มีโอกาสจะขึ้นแรง แนะนำเก็งกำไรแนวต้าน: 4.64 4.76 4.9 5.05ทั้งนี้ ผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 2/58 บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิ จำนวน 54 ล้านบาท รวมผลการดำเนินงานงวดครึ่งแรกปี 2558 มีกำไรสุทธิจำนวน 14 ล้านบาท ขณะที่งวดไตรมาส 3/57 มีกำไรสุทธิจำนวน 131 ล้านบาท และงวดปี 2557 มีกำไรสุทธิรวมทั้งสิ้น 2,679 ล้านบาทแนวต้าน : 2.00 และ 2.10,ส่วนของห้างค้าส่งค้าปลีกสมัยใหม่ ห้างสรรพสินค้า และร้านสะดวกซื้อ กรมฯ ได้ขอความร่วมมือให้ปรับลดค่าธรรมเนียมต่างๆ ที่เรียกเก็บจากผู้ผลิต โดยขอให้พิจารณาว่าจะลดได้มากน้อยเพียงใด เพื่อให้เป็นแรงขับเคลื่อนที่มากขึ้นในการปรับลดราคาขาย เพราะหากผู้ผลิตปรับลดราคาสินค้าลงแล้ว และห้างฯลดค่าธรรมเนียมลดลงอีก จะยิ่งช่วยให้ต้นทุนสินค้าถูกลง และลดราคาขายได้มากขึ้น เป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภคแบบเต็มเม็ดเต็มหน่วย ตลาดการเงินทั่วโลกจับตาดูการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (FED) ในวันที่ 16-17 ก.ย.นี้อย่างใกล้ชิด โดยนักวิเคราะห์ได้แสดงความคิดเห็นที่แตกต่างกันออกไปในประเด็นที่ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเป็นครั้งแรกในรอบ 9 ปีหรือไม่ คาดว่าแนวโน้มผลประกอบการในไตรมาส 3/58 จะขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ถึงแม้ว่าการเดินเครื่องจ่ายไฟฟ้า ของโครงการโรงไฟฟ้าชีวมวลแม่วงศ์ เอ็นเนอยี่ มีความล่าช้าเล็กน้อย แต่ก็มั่นใจว่ายังสามารถควบคุมผลประกอบการให้มีกำไรที่ดีได้อย่างต่อเนื่อง นายเชิดศักดิ์ วัฒนวิจิตรกุลกรรมการผู้จัดการใหญ่ TPCH กล่าว。 สำหรับผลประกอบการในปีนี้ บริษัทมั่นใจว่าจะพลิกกลับเป็นกำไร หลังจากปีก่อนขาดทุนราว 20 ล้านบาท เนื่องจากในช่วง 6 เดือนแรกมีกำไรแล้ว 99 ล้านบาท ส่วนรายได้ก็น่าจะทำได้ตามเป้าหมายที่ 1.5 พันล้านบาท จากช่วง 6 เดือนแรกมียอดขายแล้ว 600 ล้านบาท โดยในช่วงไตรมาส 4/58 จะมีการเปิดตัวโครงการร่วมทุนกับพันธมิตรจากจีนในจังหวัดพังงา มูลค่าราว 3 พันล้านบาท2. บริษัทจะซื้อเครื่องจักรและอุปกรณ์ จากบริษัท คิมเส็งค้าเหล็ก จำกัด เป็นจำนวนเงิน 3.74 ล้านบาทโครงสร้างผู้ถือหุ้นใหญ่5 อันดับแรกมีดังนี้ (ภาพรวมข้อมูลผู้ถือหุ้น ณ วันที่ 13/05/2558)สำหรับหุ้นที่ลงแรงประจำวันนี้ (14 ก.ย.) ได้แก่。

China’s goals in Central Asia appear largely economic, devoted to securing the region’s vast oil and natural gas wealth to fuel its booming economy.

China’s relations in the Asia-Pacific: Central Asia
Credit: Wikimedia Commons

When Tajikistan announced in January that it was giving some of its territory to neighbouring China, the news raised eyebrows around Central Asia. Not because the land itself was significant—it was just 1000 square kilometres of mountainous, uninhabited territory—but because it served as a symbol of what many Central Asians fear is a slow, steady takeover of their countries.

Over the last several years, China has dramatically increased its activities in the five ex-Soviet Central Asian states. It’s building roads and tunnels in Tajikistan, developing oil in Kazakhstan and constructing an 1,800-kilometer natural gas pipeline from Turkmenistan. Trade between China and Central Asia has increased from about $500 million in 1992 to $26 billion in 2009, according to official Chinese figures.

Thus far, China’s goals in Central Asia appear largely economic, devoted to securing the region’s vast oil and natural gas wealth to fuel its booming economy. The Turkmenistan-China pipeline went online in 2009 and will eventually transport 40 billion cubic metres of gas per year, with the possibility of further expansion. It joins a 2,200-kilometer oil pipeline from Kazakhstan, inaugurated in 2006, as the most visible manifestations of China’s energy ambitions in the region. But China has been active across the region, and over a wide variety of resources. It has made deals with Uzbekistan regarding uranium and natural gas, and also is mining for uranium in Kazakhstan and Kyrgyzstan. It’s helping Tajikistan build hydropower plants. And it’s building several rail lines from China to the region to help transport liquid natural gas and other resources back to China.

Although the relationship has been driven by economics, there are indications China may be growing more interested in the internal political affairs of Central Asian states. It has revitalized the Shanghai Cooperation Organisation, a regional security bloc that a few years ago appeared moribund. But China has been promoting the organization more in recent years, and in 2010 held a significant military exercise in Kazakhstan. And a US State Department cable, recently released by WikiLeaks, revealed that the United States believed that China was trying to bribe the government of Kyrgyzstan to evict it from the air base it operates in that country. China also has pressured governments in Central Asia to crack down on Uighur separatists and activists who operate in the region in an attempt to evade the heavy-handed Chinese state.

In getting involved in Central Asia, China joins two other major powers, the United States and Russia, in trying to carve out influence. And it has gained favour with regional governments, who in many cases resent Russia’s heavy-handed intervention and the United States’ hectoring on democratization and human rights. For them, China offers an attractive counterweight. Edil Baisalov, who was chief of staff to the president of Kyrgyzstan, is fond of telling an anecdote about his first meeting with the ambassadors of Russia and China to his country. He greeted the Chinese ambassador in Chinese, he told the Washington Post: ‘You should have seen the Russian’s face…It was my way of telling him this is the future.’

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

While Central Asia’s political leaders favour China’s no-strings-attached offers of aid and investment, as is often the case around the world, China’s intentions are regarded with much more suspicion among ordinary people. During protests in Kyrgyzstan in 2010, which led to the overthrow of that government, rioters appeared to target Chinese businesses in the capital, Bishkek, for looting. Earlier that year, protesters in Almaty, the largest city in Kazakhstan (which very rarely sees public protests) opposed a rumored deal that would allow Chinese farmers to lease land in Kazakhstan. And Chinese infrastructure projects can induce resentment among Central Asians, as they provide little local employment: Chinese companies tend to import workers from China.

A People’s Liberation Army General, Liu Yazhou, didn’t allay any such suspicions when he wrote in a Chinese magazine that Central Asia was ‘the thickest piece of cake given to the modern Chinese by the heavens.’

For now, though, public opinion means little in Central Asia, as almost all governments (with the exception of Kyrgyzstan) hold power unopposed. And as long as China gives them more investment and aid, the relationship should continue to grow.

Joshua Kucera is a freelance journalist based in Washington, D.C. He is a regular contributor to U.S. News and World Report, Slate and EurasiaNet.