Features | Society | Southeast Asia

สถิติ หวย ออก วัน เสาร์ ที่ 1 สิงหาคม: Southeast Asia: 10 Trends to Watch For in 2014

ทดลองใช้ฟรี macau888 ดีไหม,นายคอนสแตนตินอส มิคาลอส ประธานหอการค้าและอุตสาหกรรมของกรีซ เตือนว่ากรีซจะเผชิญฝันร้ายของการออกจากยูโรโซน หากไม่มีการบรรลุข้อตกลงในช่วงไม่กี่วันข้างหน้านี้ ขณะที่บรรดาเจ้าหน้าที่กรีซได้ออกมาเตือนเช่นกันว่า กรีซอาจจะไม่สามารถปฏิบัติตามพันธสัญญาทางการเงินได้ หากไม่มีการบรรลุข้อตกลง Series/ราคา ความเห็น?ความเชื่อมั่นผู้บริโภคหดตัวต่อในเดือน พ.ค.: ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน พ.ค. หดตัวต่อเนื่อง อยู่ที่ 75.6 ซึ่งเป็นการปรับลดลงเป็นเดือนที่ 5 และต่ำสุดในรอบ 11 เดือน เนื่องจากเศรษฐกิจที่ขยายตัวช้ากว่าที่คาดการณ์ไว้ และความไม่มั่นใจต่อการฟื้นตัวเศรษฐกิจโลกที่ส่งผลกระทบค่าเงินบาท สรุปหุ้นโดนขายชอร์ตหนัก ประจำวันที่ 4 มิ.ย.58 ขณะเดียวกันดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงปิดตลาดปรับตัวลดลงในวันนี้ เนื่องจากนักลงทุนยังคงวิตกกังวลเกี่ยวกับปัญหาหนี้สินของกรีซ หลังจากมีรายงานว่า กรีซวางแผนที่จะเลื่อนการชำระหนี้คืนให้กับกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF)SPALI เป้าหมายพื้นฐาน 25.50 บาทกลยุทธ์ที่แนะนำ :ช่วงบ่าย: คาดแกว่งในกรอบแคบต่อ หลังจากช่วงเช้าย่อตัวลงทดสอบแนวต้านแรกที่ 1476 แล้วเด้งขึ้นมาได้ นักลงทุนควรใช้ระดับแนวรับที่ได้ให้ไว้ที่ 1476, 1467 เป็นโอกาสเข้าซื้อเพื่อเก็งกำไร เพื่อไปขายที่แนวต้าน 1486 และ 1492 จุด ส่วนภาพการลงทุนระยะกลางโดยรวมทางเทคนิคยังไม่น่าไว้ใจ สามารถปรับตัวลงต่อได้ ซึ่งวันศุกร์นี้ตลาดอาจจะกลับมากังวลต่อประเด็นการผิดนัดชำระหนี้ของกรีซอีกครั้ง หุ้นแนะนำตามสัญญาณเทคนิค ได้แก่ JAS (รับ 5.60 ต้าน 6.00 Cut 5.40) และ STPI (รับ 16.5 ต้าน 17.3 Cut 16.4)แนวต้าน 1490 1502 1510พร้อมทั้งชูนโยบายและแผนการดำเนินงานของก.ล.ต. โดยกำหนดกลยุทธ์ 6 ด้านในงานแถลงข่าว คือ"ดู บอล ออนไลน์ 24" ,IFEC Trading แนวรับ 11.70 แนวต้าน 12.60-13.00 ตัดขาดทุน 11.40PS ซื้อ ราคาหุ้นดีดตัวขึ้นอีกครั้งหลังพักตัว ด้วยแท่งเทียนรูปแบบ Rising Method พร้อมปริมาณการซื้อขายสูงสนับสนุน คาดว่าจะสามารถแกว่งตัวขึ้นได้ต่อเนื่อง มีแนวต้านแรกที่ 25.00 บาท และแนวต้านถัดไปที่บริเวณ 26.50 บาทอย่างไรก็ตาม จุดแข็งดังกล่าวถูกลดทอนบางส่วนจากระดับอัตราส่วนเงินกู้รวมต่อโครงสร้างเงินทุนที่เพิ่มขึ้นและอัตรากำไรจากการดำเนินงานที่ลดลง ทั้งนี้ การพิจารณาอันดับเครดิตยังคำนึงถึงลักษณะของธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นวงจรขึ้นลงและมีการแข่งขันสูงด้วยดัชนี MSCI Asia Pacific ลดลง 0.3 % แตะที่ 148.85 จุด เมื่อเวลาประมาณ 9.00 น.ตามเวลาโตเกียว แนะนำซื้อ UNIQ โดยมีแนวรับที่ 15.80 และ 15.60 และมีแนวต้านที่ 16.40 และ 17.00 เป็นจุดขายทำกำไรรัฐบาลกรีซกำลังดิ้นรนหาทางชำระหนี้ ขณะที่หารือกับกลุ่มเจ้าหนี้ต่อแผนการปรับปรุงและปฏิรูปทางการเงิน เพื่อแลกกับการขอเงินสนับสนุนเพิ่มเติมซึ่งในขณะนี้ยังคงไม่สามารถบรรลุข้อตกลงร่วมกันได้ หลังจากที่ได้เจรจากับเจ้าหนี้เป็นเวลานานถึงสี่เดือนกลยุทธ์ที่แนะนำ :ช่วงบ่าย: คาดแกว่งในกรอบแคบต่อ หลังจากช่วงเช้าย่อตัวลงทดสอบแนวต้านแรกที่ 1476 แล้วเด้งขึ้นมาได้ นักลงทุนควรใช้ระดับแนวรับที่ได้ให้ไว้ที่ 1476, 1467 เป็นโอกาสเข้าซื้อเพื่อเก็งกำไร เพื่อไปขายที่แนวต้าน 1486 และ 1492 จุด ส่วนภาพการลงทุนระยะกลางโดยรวมทางเทคนิคยังไม่น่าไว้ใจ สามารถปรับตัวลงต่อได้ ซึ่งวันศุกร์นี้ตลาดอาจจะกลับมากังวลต่อประเด็นการผิดนัดชำระหนี้ของกรีซอีกครั้ง หุ้นแนะนำตามสัญญาณเทคนิค ได้แก่ JAS (รับ 5.60 ต้าน 6.00 Cut 5.40) และ STPI (รับ 16.5 ต้าน 17.3 Cut 16.4),ราคาปิด 6.05 แนวรับ 6-5.90 แนวต้าน 6.20-6.25 , 6.35-6.45ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ราคาหุ้น บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTG ณ เวลา 10.22 น.อยู่ที่ 13.70 บาท บวก 0.50 บาท หรือ 3.79% มูลค่าการซื้อขาย 162.42 ล้านบาท ทั้งนี้ ราคาหุ้นมีการปรับตัวขึ้นนิวไฮที่ระดับ 13.70 บาท。

ด้านนายกรัฐมนตรีอเล็กซิส ซิปราสของกรีซ กล่าวว่า มีความคืบหน้าเกี่ยวกับการจัดการชำระคืนหนี้สินของกรีซ แต่กรีซและบรรดาเจ้าหนี้ยังต้องใช้เวลาอีกหลายวันในการที่จะบรรลุข้อตกลงทั้งนี้ ในปี 2558 บริษัทตั้งงบลงทุนไว้ที่ 100 ล้านบาท แบ่งเป็น 40 ล้านบาท ใช้ขยายสาขา Big Camera เพิ่มอีก 10 แห่งและปรับปรุงสาขาเดิม ปัจจุบันมีร้าน Big Camera อยู่ที่ 214 สาขา และ ร้าน Big Mobile จำหน่ายอุปกรณ์โทรศัพท์มือถือมี 23 สาขา ส่วนอีก 50 ล้านบาทเป็นงบการตลาดประชาสัมพันธ์ , แนะนำซื้อ UNIQ โดยมีแนวรับที่ 15.80 และ 15.60 และมีแนวต้านที่ 16.40 และ 17.00 เป็นจุดขายทำกำไรในปี 2557 ยอดขายของบริษัทอยู่ที่ 8,542 ล้านบาท ลดลง 37% จากปีก่อน ยอดขายที่ลดลงเนื่องจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจภายในประเทศและบริษัทเปิดขายโครงการใหม่น้อยลง ในขณะที่ยอดขายในช่วงไตรมาสแรกของปี 2558 เท่ากับ 2,721 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 132% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ทริสเรทติ้งคาดว่ายอดขายของบริษัทจะกลับมาอยู่ที่ระดับ 8,000-11,000 ล้านบาทต่อปีได้ในช่วงปี 2558-2560โดยปัจจัยที่จะช่วยหนุนเศรษฐกิจภายในประเทศให้เติบโตนั้น มาจากราคาน้ำมันที่ถูกลง รวมทั้งสกุลเงินยูโรที่อ่อนค่าซึ่งจะช่วยกระตุ้นการส่งออก และกำไรภาคเอกชนที่แข็งแกร่งขึ้น นอกจากนี้ เศรษฐกิจจะได้รับปัจจัยหนุนจากการที่ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ใช้นโยบายผ่อนคลายการเงินเพิ่มเติม สำหรับความเป็นไปได้ในการปรับอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐนั้น คาดว่าธปท.จะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงราว 25bps ในเดือนมิถุนายน ก่อนที่ธนาคารกลางสหรัฐจะมีการปรับอัตราดอกเบี้ยขึ้น คาดว่าจะเกิดขึ้นในเดือน ก.ย.นี้ทั้งนี้ บริษัทคาดว่าผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีหลังจะออกมาโดดเด่นกว่าครึ่งปีแรก ซึ่งเป็นผลมาจากสภาพเศรษฐกิจของประเทศมีแนวโน้มการฟื้นตัวขึ้น ประกอบกับ การที่ภาครัฐจะเร่งรัดเบิกจ่ายเพื่อลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งจะช่วยกระตุ้นการลงทุนของภาคเอกชนให้ออกมาเพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้ การที่อัตราดอกเบี้ยของไทยยังอยู่ในระดับต่ำส่งผลดีต่อภาพรวมของอสังหาริมทรัพย์เป็นอย่างยิ่ง จึงคาดว่าภาคอสังหาริมทรัพย์ในปี 58 จะเติบโต 5%สำหรับปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ได้แก่ ปัจจัยสนับสนุนที่อาจเกิดขึ้น หากคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติปรับลดดอกเบี้ยนโยบายในวันที่ 10 มิถุนายน 2558 พร้อมกับจับตาการประชุมองค์การกลุ่มประเทศผู้ส่งน้ำมันออก (OPEC) ในวันที่ 5 มิถุนายน 2558 หากมีมติลดกำลังการผลิตลง คาดราคาน้ำมันจะปรับตัวขึ้นได้อย่างรวดเร็ว และส่งผลบวกต่อราคาหุ้นกลุ่มพลังงาน รวมถึงดัชนี SET Index และในวันเดียวกันรัฐบาลสหรัฐอเมริกาจะประกาศตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรฯ ถ้าออกมาแย่กว่าที่ตลาดคาด อาจทำให้เกิดจิตวิทยา (Sentiment) เชิงบวก เนื่องจากตลาดจะเลื่อนคาดการณ์การขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายสหรัฐฯ (Fed Fund) ออกไป สำหรับวันนี้ต้องตามตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร (ตลาดคาดไว้ที่ 2.26 แสนตำแหน่ง) และอัตราว่างงาน (ตลาดคาด 5.4%) ซึ่งตัวเลขดังกล่าวก็จะชี้นำไปสู่เรื่องการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของ Fed ซึ่งจะมีการประชุม FOMC ในวันที่ 16-17 มิ.ย.58 นอกจากนี้ยังคงต้องติดตามการประชุม OPEC ซึ่งคาดว่าน่าจะยังไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับนโยบายการผลิต ทำให้เชื่อว่า ประเด็น Supply ส่วนเกินจะยังคงกดดันราคาน้ำมันดิบในระยะสั้นได้ ส่วนปัจจัยต่างประเทศในสัปดาห์หน้าที่ต้องติดตาม การประกาศตัวเลข GDP ของยุโรปในวันที่ 9 มิ.ย. (ตลาดคาดว่าจะขยาย 1% YoY) ส่วนปัจจัยในประเทศวันที่ 10 มิ.ย. ติดตามการประชุมของ กนง. จะมีการลดดอกเบี้ยลงอีกหรือไม่ หากปรับลงอีก 0.25% กลุ่มธนาคารฯน่าจะต้องลงอีกครั้ง และเชื่อว่าค่าเงินบาทจะพุ่งแตะ34 บาทต่อดอลลาร์ ซึ่งจะกระทบ Sentiment ความคาดหวังเรื่อง Fund Flow ในส่วนของฝ่ายวิจัย ASPS ประเมินว่า กนง. มีโอกาสที่จะลดดอกเบี้ยลงเหลือ 1-1.25% ในการประชุมอีก 5 ครั้งที่เหลือของปี 2558,ทั้งนี้ บรรดาเทรดเดอร์ต่างก็จับตาดูความคืบหน้าเกี่ยวกับสถานการณ์หนี้สินของกรีซ ขณะที่ใกล้ถึงกำหนดเส้นตายที่กรีซจะต้องชำระคืนเงินกู้กว่า 300 ล้านดอลลาร์แก่กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ในวันศุกร์นี้ ซึ่งเป็นงวดแรกของการชำระคืนในช่วงเดือนมิ.ย.ที่มีมูลค่ารวมราว 1.6 พันล้านดอลลาร์、ITD (ปิด 8.00 บาท) ราคาเหมาะสมทางพื้นฐาน 9.10 บาท ราคาเหมาะสมทางพื้นฐาน 9.10 บาท ปัจจุบันโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทั้งหมดของบริษัทเปิดดำเนินงานแล้ว โดยโรงไฟฟ้าแห่งแรกเปิดดำเนินงานมากว่า 5 ปี ในขณะที่แห่งสุดท้ายเริ่มดำเนินงานในเดือนมิถุนายน 2557 สำหรับปี 2557 โรงไฟฟ้าของบริษัทมีประสิทธิภาพโดยเฉลี่ยที่ 78.5% โดยบริษัทสามารถผลิตไฟฟ้าได้ 339.9 ล้านกิโลวัตต์-ชั่วโมง สูงกว่าปี 2556 ที่บริษัทผลิตได้ 178.7 ล้านกิโลวัตต์-ชั่วโมง หรือเพิ่มขึ้น 90.3% ไฟฟ้าที่ผลิตได้เพิ่มขึ้นนี้เป็นผลจากการทยอยเริ่มดำเนินงานของโรงไฟฟ้าในช่วงปี 2556 2557 นอกจากนี้ ไฟฟ้าที่ผลิตได้ 339.9 ล้านกิโลวัตต์ในปี 2557 นั้นยังสูงกว่าประมาณการ กรณีใช้ความน่าจะเป็นที่ 50% สำหรับพลังงานไฟฟ้าที่คาดว่าจะผลิตได้ P50 อยู่ 6.3% และสูงกว่าคาดการณ์กรณีใช้ความน่าจะเป็นที่ 90% P90 ถึง 13.4% โดยในช่วง 3 เดือนแรกของปี 2558 บริษัทสามารถผลิตพลังงานไฟฟ้าได้ 98.5 ล้านกิโลวัตต์-ชั่วโมง ซึ่งสูงกว่าช่วงเดียวกันของปี 2557 อยู่ 54.2% ผลการดำเนินงานของบริษัทสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ในครั้งแรกสำหรับกรณี P50 อยู่ 6.8% และสูงกว่ากรณี P90 อยู่ 13.8% ซึ่งเป็นผลจากความเข้มของรังสีดวงอาทิตย์และประสิทธิภาพของโรงไฟฟ้าที่ดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ รวมถึงจะเสนอโครงการสร้างคลัง LNG ในรูปแบบ FSRU ขนาด 3 ล้านตัน/ปี ที่ อ.จะนะ จ.สงขลาด้วย เพื่อสร้างความมั่นคงพลังงานทางภาคใต้ หลีกเลี่ยงผลกระทบจากการปิดซ่อมแหล่งก๊าซเจดีเอ ในพื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย ในบางช่วงเวลาด้วยประเมินดัชนีแนวโน้มแกว่งตัวในกรอบแคบ เรามองปัจจัยใหม่ในระยะสั้นยังจำกัด แนะนำทยอยสะสมหุ้นที่มีปันผลมากกว่า 6% และสำหรับประเด็นการเก็งกำไร แนะนำทยอยสะสมกลุ่มสายการบิน ซึ่งจะได้ประโยชน์หากราคาน้ำมันปรับตัวลงแรง และสำหรับกลุ่มที่แนะนำเก็งกำไรในระยะกลางคือกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง ซึ่งจะมี Catalyst จากการประกาศความคืบหน้าของการลงทุนภาครัฐอย่างไรก็ตาม ยังคงมีปัจจัยเสี่ยงที่เข้ามากระทบภาพรวมการลงทุน ได้แก่ สัญญาณการไหลของเม็ดเงินลงทุน (Fund Flow) ยังคงอ่อนแรงต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาดล่วงหน้า หลังนักลงทุนต่างชาติมีการสะสมสถานะขาย (Short) กว่า 70,000 สัญญาในรอบ 1 เดือนที่ผ่านมา ขณะเดียวกันตลาดจะเริ่มเป็นกังวลมากขึ้นหากการประชุมคณะรัฐมนตรีกระทรวงการคลังยุโรป ในวันที่ 18 มิถุนายน 2558 ไม่มีบทสรุปการช่วยเหลือกรีซอีกครั้ง เนื่องจากในเดือนนี้ถึงกำหนดเวลาที่กรีซจะต้องชำระหนี้ให้กับกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) กว่า 1,600ล้านยูโรแล้วผู้สื่อข่าวรายงานว่า ราคาหุ้น บริษัท ควอลิตี้เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) หรือ QH ณ เวลา ปิดตลาดภาคเช้า ราคาอยู่ที่ 2.60 บาท บวก 0.04 หรือ 1.56% ราคาสูงสุด 2.60 บาท ต่ำสุด 2.54 บาท มูลค่าซื้อขายที่ 23.14 ล้านบาท ขณะที่ตลาดหุ้นไทยโดยรวมลบ 0.19% หุ้นแนะนำภาคบ่าย: เก็งกำไร TPIPL (คาดหุ้นมีโอกาสเข้าคำนวณใน SET50 และความชัดเจนธุรกิจไฟฟ้าช่วยหนุนมูลค่าหุ้นในระยะกลาง, เป้าทางกลยุทธ์ 4.80-4.90 ตัดขาดทุน 4.54), ทยอยสะสม หุ้น High Yield: JASIF (ราคาปัจจุบันให้คาดการณ์ปันผล 9% และมองหุ้นมีโอกาสถูกผลักดันจาก yield สูงกว่าทางเลือกการลงทุนอื่น, เป้าทางกลยุทธ์ 12.00-13.00 ตัดขาดทุน 9.20)บล.กรุงศรี ระบุในบทวิเคราะห์ (4 มิ.ย.)ว่า แนะนำ ซื้อ DEMCO ราคาเป้าหมาย 17.10 บาท/หุ้น เนื่องจากยังรอข่าวดีเกี่ยวกับการปรับโครงสร้างการถือหุ้นของ WEH อยู่ ซึ่งคาดว่าน่าจะเสร็จเรียบร้อยภายในเดือนกรกฎาคม 2558?ทั้งนี้หลังจากมติ กพช.ออกมาแล้ว ทางสมาคมผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนได้ยื่นหนังสือไปถึงกพช.เพื่อขอให้พิจารณาแนวทางการช่วยเหลือ SPP ดังกล่าวใหม่ เพราะเป็นปัญหาต่อผู้ประกอบการที่ไม่สามารถทำอัตราค่าไฟฟ้าได้เท่ากับที่ภาครัฐรับซื้อจากกลุ่ม IPP ประกอบกับการรับซื้อไฟฟ้าในปริมาณเพียง 20% ของกำลังการผลิตนั้นนับว่าเป็นระดับที่ไม่เหมาะสมเพราะปริมาณน้อยเกินไป โดยเห็นว่าปริมาณรับซื้อต่ำที่สุดควรอยู่ระดับ 60 เมกะวัตต์ขณะที่สิ้นเดือนพ.ค. DEMCO น่าจะมี backlog งาน EPC ในมือประมาณ 6.1 พันล้านบาท ซึ่งบริษัทจะรับรู้เป็นรายได้ในปี 2558 ประมาณ 3.7 พันล้านบาท ในขณะที่อีก 2.4 พันล้านบาทจะรับรู้ในปี 2559 ในขณะที่ บริษัทรับรู้รายได้จากงาน EPC 950 ล้านบาทไปแล้วในไตรมาสที่ 1/58 SET Index ล่าสุดปิดที่ 1,500.66 จุด บวกขึ้นมาได้ 9.76 จุด ด้วยมูค่าซื้อขาย 1.81 หมื่นล้านบาท โดยวันนี้หุ้นในกลุ่มพลังงานได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นได้ พร้อมกับหุ้นในกลุ่ม Big Mid Cap วันนี้ อย่างกลุ่ม ICT กลุ่มอสังหาฯ กลุ่ม ธ.พ. และกลุ่มวัสดุก่อสร้าง ที่เริ่มทำจังหวะฟื้นตัวได้ต่อเนื่องใน 2 วันหลังที่ผ่านมา ทำให้ภาพการขึ้นของดัชนีวันนี้ดูมีน้ำหนักมากยิ่งขึ้น ราคาหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้นเกิดสัญญาณซื้อทางเทคนิคหลังจากเคลื่อนไหวออกด้านข้างเพื่อสร้างฐานพร้อมด้วยปริมาณการซื้อขายที่เพิ่มขึ้นค่อนข้างสูง ทำให้แนวโน้มของราคาหุ้นยังมีโอกาสปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง PRECHA,SPA,TRUBB โบรกฯเล็งติด Cash Balance คาดเริ่มใช้ 8 มิ.ย.นี้。

From Thai turmoil to ASEAN integration, it promises to be an interesting year for the region.

Southeast Asia: 10 Trends to Watch For in 2014
Credit: REUTERS/Athit Perawongmetha

As we move into 2014, it is useful not only to reflect on what happened in 2013, but to project what some of the key developments in 2014 might be. As I did last year, I have attempted to articulate the top 10 trends in Southeast Asia to watch for during the rest of the year.

1. What will the “great power” game in Southeast Asia look like? While Southeast Asian leaders publicly insist that they prefer good relations with all major powers, the competitive dynamics of regional engagement are a reality that few would contest, not least between the United States and China. In 2013, U.S. President Barack Obama’s last-minute decision to cancel his Asia trip in November amid the government shutdown paved the way for skeptics to question America’s commitment to the region and for Beijing to steal the show (though I’ve argued that this narrative is overly simplistic). In 2014, questions about the sustainability of the U.S. pivot to Asia, including the future of the Trans-Pacific Partnership (TPP), will continue to linger, and worries about the future direction of China’s new regional strategy unveiled late last year are likely to remain.

2. Continuity or change in the South China Sea? As I said in last year’s list, it’s difficult to exclude the South China Sea from a list of this sort. Prospects for a rules-based solution to contentious disputes remain dim given China’s recent documented foot-dragging on a code of conduct with ASEAN, as well as its “punishment” of the Philippines for trying to resolve the issue through the United Nations, a process which will move forward with a formal statement submission by Manila in March despite Beijing’s refusal to participate. China’s deployment of its aircraft carrier the Liaoning into the South China Sea recently, along with the setting up of an air defense identification zone (ADIZ) over the East China Sea (which some believe could be replicated in the South China Sea in 2014), suggest there is good reason to expect more sporadic saber-rattling or verbal sparring could be on the cards in 2014.

3. How will Southeast Asian economies fare? 2013 ended on a negative note for Southeast Asian economies as the Asian Development Bank (ADB) slightly lowered its regional growth forecast for 2014 to 5.2 percent due to the devastating typhoon that hit the Philippines and continued political turmoil in Thailand. While the 2014 outlook will hinge partly on trends within the region, developments in major economies will also loom large, such as the pace of the recovery in Europe, reduced monetary stimulus in the United States, and potential growth challenges in India, China and Japan.

4. Whither regional integration? Aside from economic performance, as we move closer to 2015, observers may grow increasingly nervous about whether ASEAN can achieve its goal of regional economic integration by the end of 2015. Beyond the deadline per se, the ADB recently warned of significant constraints to realizing the so-called ASEAN Economic Community (AEC) itself, including the fact that only 55 percent of businesses interviewed in the region were even aware of it along with other obstacles like contrasting government regulations and inadequate infrastructure. Failure to move in the right direction on this in 2014 could dent the hopes of those who see ASEAN as the hub for broader regional integration in East Asia as well as a unified economic force in the longer term.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

5. Can ASEAN progress on human rights? While Southeast Asia is no stranger to human rights abuses, there has been some notable, albeit glacial progress in this field at the regional level with the establishment of the ASEAN Intergovernmental Commission on Human Rights (AICHR) in 2009. This year will bring the first five-year review of the body’s terms of reference, and rights groups have urged ASEAN member states to ensure that the body has a stronger mandate and engages civil society organizations in a more robust manner. It will be a marker for how seriously governments in the region view human rights.

6. Will ASEAN and Australia walk the walk? ASEAN conducts annual meetings with 10 key countries it calls “dialogue partners.” While the anniversaries of these dialogue partnerships are often accompanied by the usual pomp and circumstance, they also sometimes serve as opportunities to move key relationships forward, as they did for ASEAN and Japan in 2013 and ASEAN and India in 2012. Will we see something similar with ASEAN’s oldest dialogue partner Australia in 2014 as the two sides commemorate 40 years of ties?

7. Can Myanmar reform and lead? Turning to individual countries, Myanmar already faces daunting challenges on its path to reform. Next year’s calendar will be packed with key domestic events, including its first major population census in two decades and preparations for elections scheduled for 2015. But 2014 will also require Naypyidaw to juggle domestic reforms with regional leadership as Myanmar assumes the rotating annual chairmanship of the Association of Southeast Asian Nations (ASEAN) for the first time since it joined the organization in 1997. While the country has had some time to plan for this, the sheer logistics of hosting hundreds of meetings will not be easy, not to mention handling knotty issues like the South China Sea.

8. What will elections in Indonesia bring? Indonesia, Southeast Asia’s largest economy and the world’s third largest democracy, will hold both parliamentary and presidential elections in April and July 2014 respectively. After a decade under President Susilo Bambang Yudhoyono’s stewardship, the world will be watching closely to see who will emerge as Indonesia’s next leader as it is a key emerging economy which plays an important leadership role in Southeast Asia. Recent polls suggest that the clear frontrunner is Jakarta governor Joko Widodo, aka Jokowi, although he is yet to officially declare his intention to run.

9. Will Thailand resolve its political turmoil? Another round of Thailand’s all-too-familiar partisan politics has been playing out on the streets of Bangkok over the last several weeks, with tens of thousands of demonstrators led by former deputy prime minister Suthep Thaugsuban threatening to unseat Prime Minister Yingluck Shinawatra, the sister of the controversial and now exiled ex-prime minister Thaksin Shinawatra who was deposed in a 2006 military coup. There are already worries that the current turmoil could extend up to February 2014, and that the fresh election to be held then may not even occur or will be postponed. And even close observers of Thai politics fear that another military coup or escalating political violence could result if this continues with no end in sight.

10. What will the endgame in Cambodia be? While such turmoil is commonplace in Thailand, neighboring Cambodia has seen unprecedented protests with tens of thousands of people marching through the streets and demanding that their authoritarian prime minister Hun Sen quit after more than three decades in power. The protests come after Hun Sen’s party claimed victory in July 2013 elections and proceeded to form a government despite concerns by the opposition (and some independent monitoring organizations) that the elections were deeply flawed. The protests have recently expanded to include workers from the country’s garment industry, its biggest export earner. While few expect the tough Hun Sen to give in without a fight after governing for so long with an iron fist, sustained, peaceful protests of this scale will require some sort of resolution should they continue unabated.

While this list is far from comprehensive, it does get at some of the key things to watch for in Southeast Asia during an exciting year. From country-specific developments to region-wide ones, in the fields of security, economics, or even human rights, 2014 will be an interesting one for those watching.

Prashanth Parameswaran is a PhD candidate in international relations at the?Fletcher School of Law and Diplomacy at Tufts University?and a non-resident WSD-Handa fellow at CSIS Pacific Forum. You can read his blog?The Asianist?at and follow him on Twitter at?@TheAsianist