Interviews | Diplomacy

สล็อต6666idol: China-US Rivalry: The Taiwan Factor

get bets, ก.ล.ต. พร้อมสนับสนุนภาคเอกชนไทยให้มีทางเลือกระดมทุนจากแหล่งเงินทุนทั่วภูมิภาคอาเซียน เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน เข้าถึงแหล่งทุนที่กว้างขึ้น และเป็นที่รู้จัก ขณะที่ผู้ลงทุนไทยจะมีทางเลือกการลงทุนในบริษัทจากต่างประเทศที่มาระดมทุนมากขึ้น โดยได้รับข้อมูลหนังสือชี้ชวนที่เป็นชุดเดียวกันกับผู้ลงทุนในอีก 2 ประเทศ นายรพี สุจริตกุล เลขาธิการ ก.ล.ต. กล่าวAJD* หากราคาปิดในวันนี้ = 1.80 บาท ,ในส่วนของขบวนรถไฟฟ้าขบวนแรกได้เริ่มทำการทดสอบที่โรงงานผลิตในเมืองโยโกฮาม่าตั้งแต่เดือน กรกฎาคมที่ผ่านมา และคาดว่าการขนส่งขบวนรถไฟฟ้าจะทยอยจัดส่งมาถึงประเทศไทยในช่วงเดือน ก.ย.58 ถึงเดือน ม.ค.59 หลังจากเสร็จสิ้นกระบวนการผลิตและผ่านการทดสอบที่โรงงานผลิต เมื่อขบวนรถไฟฟ้ามาถึงประเทศไทยแล้วจะต้องทำการวิ่งทดสอบในรางวิ่งทดสอบ (Test Track) ภายในพื้นที่ศูนย์ซ่อมบำรุง เพื่อทำการทดสอบฟังก์ชั่นการทำงานแบบแยกระบบ หลังจากนั้นจะเข้าสู่การทดสอบร่วม (SIT) ซึ่งจะใช้ระยะเวลาประมาณ 3 เดือน (ก.พ.-เม.ย.59) เพื่อทดสอบการทำงานร่วมกันระหว่างระบบต่างๆ ภายในระบบรถไฟฟ้า (Railway Systems) ก่อนเปิดให้บริการเต็มรูปแบบนอกจากนี้ ภาคเอกชนต้องการความชัดเจนในการพัฒนาสนามบินภูมิภาคที่นครพนมและบุรีรัมย์ เพื่อยกระดับเป็นสนามบินนานาชาติ เนื่องจากจำนวนผู้โดยสารเพิ่มขึ้น ประกอบกับสามารถเชื่อมต่อกับเวียดนามและกัมพูชาได้ ซึ่งจะยกระดับเป็นสนามบินนานาชาติได้หรือไม่นั้นจะต้องพิจารณาข้อจำกัดหลายเรื่องโดยเทคโนโลยีถ่านหินสะอาดในปัจจุบัน สามารถควบคุมมลภาวะและจัดการผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เช่น การกำจัดซัลเฟอร์ไดออกไซด์ และฝุ่น ทำได้เกินกว่ามาตรฐานที่กรมควบคุมมลพิษกำหนด โดยเฉพาะการควบคุมคาร์บอนไดออกไซด์นั้น สามารถลดลงได้สูงถึง 33% เมื่อเทียบกับโรงไฟฟ้าถ่านหินเทคโนโลยีเดิม รวมทั้งถ่านหิน ยังถือเป็นเชื้อเพลิงที่ราคามีเสถียรภาพและไม่แพงเพราะมีปริมาณสำรองสูงสามารถใช้ได้ถึง 200 ปี ซึ่งทำให้ต้นทุนการผลิตไฟฟ้าจะต่ำกว่าก๊าซธรรมชาติเหลว(LNG) ซึ่งจะช่วยให้ประหยัดเงินค่าไฟฟ้าได้สูงถึงปีละ 9,000 ล้านบาทEVER (1.23 บาท)สัญญาณ: ซื้อต่อเนื่องเครื่องชี้: ดีแนะนำ: เก็งกำไรเร็วความเห็น: แรงเหวี่ยง 1.32; ให้ขายตัดขาดทุนหากราคาต่ำกว่า 1.23ทั้งนี้ตลาดหุ้นยุโรปร่วงลงหลังจากสหพันธ์พลาธิการและการจัดซื้อของจีน (CFLP) และสำนักงานสถิติแห่งชาติของจีน (NBS) เปิดเผยว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตของจีนในเดือนส.ค.ปรับตัวลงแตะ 49.7 จากระดับ 50 ในเดือนก.ค. ซึ่งบ่งชี้ว่า กิจกรรมภาคการผลิตของจีนเผชิญกับภาวะหดตัวโดยขณะนี้โครงการรถไฟทางคู่ เส้นทางฉะเชิงเทรา-คลองสิบเก้า-แก่งคอย ระยะทาง 106 กม. วงเงิน 11,348.36 ล้านบาท ได้ขายเอกสารประกวดราคาแล้ว ส่วนเส้นทางชุมทางถนนจิระ-ขอนแก่น ระยะทาง 185 กม. วงเงิน 26,007.20 ล้านบาท จะเสนอเข้าที่ประชุมบอร์ดรฟท.เพื่อขออนุมัติในวันที่ 8 ก.ย.นี้ จึงจะขายเอกสารประกวดราคา ส่วนโครงการรถไฟทางคู่ ประจวบคีรีขันธ์- ชุมพร วงเงิน 17,000 ล้านบาท และมาบกะเบา-ชุมทางถนนจิระ ระยะทาง 132 กม.นั้น ได้รับการอนุติรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (EIA) แล้ว และคาดว่าจะเร่งประกาศทีโออาร์ได้เร็วๆนี้"อย่างไรก็ตาม บริษัทคาดหวังนโยบายการกระตุ้นเศรษฐกิจที่จะเข้ามาช่วยผลักดันการใช้จ่ายในระดับผู้มีรายได้น้อย ก็น่าจะทำให้ธุรกิจเติบโตไปได้ ส่วนตลาดส่งออกทุกประเทศนอกเหนือจาก 2 ประเทศดังกล่าว ยังมีการเติบโตในระดับที่ดีอย่างต่อเนื่องตามแผนที่วางไว้ ขณะที่บริษัทฯจะยังรักษาระดับอัตรากำไรขั้นต้นไว้ให้อยู่ที่ 41%",ขณะที่คาดว่าการเปิดประมูล 4G ในช่วงปลายปีจะเป็นข่าวบวกต่อโอกาสได้งานด้านโทรคมนาคมในอนาคต โดยปัจจุบันมี งานในมืออยู่สูงราว 1.3 พันล้านบาท โดยบริษัทตั้งเป้ารายได้ปีนี้ที่ 4.8-5 พันล้านบาท หรือเติบโต 20-25% แนวรับ 4.66/4.50 บาท แนวต้าน 4.88/5 บาทรวมทั้งโครงการโรงงานผลิตไฟฟ้าจากก๊าซชีวภาพ (CBG 2) ที่ อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ ดำเนินการแล้วเสร็จเช่นกัน บวกกับการรับรู้รายได้จากการเข้าซื้อกิจการของ APC ทำให้บริษัทรับรู้รายได้ประมาณ 300 ล้านบาทด้านกราฟจะเห็นว่าราคาหุ้นนั้น bottom สุดๆ ควมเสี่ยงในการปรับตัวลงจากนี้ถือว่าต่ำมาก ขณะที่ MACD มี Divergence รองรับอยู่แล้วจะทำให้ราคาหุ้นค่อยๆ ฟื้นตัวหรือกระชากแรงก็สุดแท้แต่ โดยแท่งเทียนเกิดรูปชายธง แสดงว่ากำลังจะไปข้างหน้าแล้วนั่นเองเนื่องจากราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศ และราคาก๊าซหุงต้มปรับตัวลงตามราคาน้ำมันดิบโลกที่ลงไปแตะระดับต่ำกว่า 50 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในเดือน ส.ค.58 โดยรวมแล้วอัตราเงินเฟ้อทั่วไปในเดือน ส.ค.58 ลดลงจากเดือนก่อนหน้า โดยมีราคาพลังงานเป็นปัจจัยฉุดรั้งหลัก ในขณะที่อัตราเงินเฟ้อในส่วนของอาหารสดยังคงมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2อนึ่ง บริษัทดำเนินธุรกิจประเภท 1. ผลิตและจำหน่ายตู้สวิทช์บอร์ด รางเดินสายไฟและอุปกรณ์รองรับ,แนวรับ 1363, 1360 แนวต้าน 1372-1375 ก.ล.ต.ไทย-มาเลเซีย-สิงคโปร์ พร้อมอำนวยความสะดวกการระดมทุนระหว่างกันส่วนเมื่อช่วงค่ำวานนี้ตามเวลาไทย ออโตเมติก ดาต้า โพรเซสซิ่ง อิงค์ (ADP) ระบุว่า ภาคเอกชนของสหรัฐมีการจ้างงานเพิ่มขึ้น 190,000 ตำแหน่งในเดือนส.ค. ซึ่งต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้น 201,000 ราย ซึ่งตัวเลขจ้างงานที่อ่อนแรงในภาคเอกชนทำให้นักลงทุนบางส่วนคาดว่า เฟดอาจจะเลื่อนการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยออกไปก่อน หากดูจากสัดส่วนการเชื้อเพลิงเพื่อผลิตไฟฟ้าของประเทศเพื่อนบ้านที่ใกล้ชิดกับเรา อย่างมาเลเซีย หรืออินโดนีเซีย จะเห็นได้ชัดว่า ทางเลือกถ่านหินยังเป็นทางเลือกหลักของประเทศเหล่านี้ แม้แต่ประเทศที่มีสำรองปิโตรเลียมมากกว่าเราทั้งสองประเทศ ซึ่งการตัดสินใจเพิ่มทางเลือกเทคโนโลยีถ่านหินสะอาดเป็นเชื้อเพลิงนั้น น่าจะเป็นทางออกที่สำคัญของประเทศไทย ในการลดความเสี่ยงด้านการจัดหาพลังงานเพื่อความมั่นคงในอนาคต นายชวลิตกล่าว?ราคาปิด 19.80 แนวรับ 19.50-19 แนวต้าน 21-21.50 , 22-23สั้นๆขายทำกำไร ระยะกลางทยอยซื้อสะสมที่แนวรับ。

รวมทั้งโครงการโรงงานผลิตไฟฟ้าจากก๊าซชีวภาพ (CBG 2) ที่ อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ ดำเนินการแล้วเสร็จเช่นกัน บวกกับการรับรู้รายได้จากการเข้าซื้อกิจการของ APC ทำให้บริษัทรับรู้รายได้ประมาณ 300 ล้านบาท,โดย PTT Group ESTS Collaboration จัดตั้งขึ้นเพื่อสร้างมาตรฐานในงานวิศวกรรมสำหรับบริษัททั้งในและนอกกลุ่ม ปตท. สอดคล้องกับนโยบายของกลุ่ม ปตท. ในการเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยฐานขององค์ความรู้ ซึ่งเกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่างบริษัทในกลุ่มธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานของ ปตท. ประกอบด้วย ปตท.โดยสายงานวิศวกรรมและบริหารโครงการ ,บริษัท พีทีที เอนเนอร์ยี่โซลูชั่นส์ จำกัด (PTTES) ในฐานะผู้ให้บริการที่ปรึกษาทางด้านเทคนิคและวิศวกรรม และ บริษัท พีทีที เมนเทนแนนซ์ แอนด์ เอนจิเนียริง จำกัด (PTTME) ในฐานะผู้ให้บริการด้านวิศวกรรมและซ่อมบำรุง ตั้งแต่ขั้นตอนการศึกษาความเป็นไปได้ การออกแบบพื้นฐานทางวิศวกรรม การบริหารโครงการ การควบคุมการก่อสร้าง การซ่อมบำรุง การให้บริการด้านมาตรฐานทางวิศวกรรม และงานให้คำปรึกษาBIG ราคาปิด 1.15 บาท ธนาคารกลางจีน (PBOC) ประกาศอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบเป็นมูลค่า 1.5 แสนล้านหยวน หรือ 2.36 หมื่นล้านดอลลาร์ ผ่านทางข้อตกลงซื้อพันธบัตรโดยมีสัญญาขายคืน (reverse repo) อายุ 7 วัน เพื่อบรรเทาภาวะสภาพคล่องตึงตัวบล.ทิสโก้ วิเคราะห์หุ้นได้ประโยชน์จาก 3 มาตรการกระตุ้นศก.เน้นที่ต่างจังหวัดมูลค่า 1.36 แสนลบ. มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมครม.เห็นชอบให้การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ดำเนินโครงการเพื่อนำสายไฟฟ้าอากาศลงสู่ใต้ดินในเขตกรุงเทพฯ วงเงิน 1.43 แสนล้านบาท ได้แก่ JTS, JAS, SAMTEL, SAMART, ILINK, ARROW SET ปิด 1,372.45+10.06ทั้งนี้จะแบ่งการดำเนินการเป็น 2 โครงการย่อย คือโครงการย่อยที่ 1 ระยะทาง 144.6 กิโลเมตร และโครงการย่อยที่ 2 ระยะทาง 117 กิโลเมตร วงเงินลงทุน 1.43 แสนล้านบาท PTG คาดรายได้ปีนี้โต 6% รุกขยายธุรกิจพลังงานทดแทนต่อเนื่อง,ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ราคาหุ้นบริษัท สัมมากร จำกัด (มหาชน) หรือ SAMCOณ เวลา 11.00น. ราคาอยู่ที่ 3.62 บาท บวก 0.36 บาท หรือ 11.04% สูงสุดที่ 3.70 บาท ต่ำสุดที่ 3.28 บาท มูลค่าซื้อขายที่ 24.67 ล้านบาท ขณะที่ดัชนีตลาดหุ้นไทยโดยรวมบวก 0.78%,สำหรับแนวโน้มผลประกอบการทั้งรายได้ และกำไรสุทธิในปีนี้จะเติบโตเกินเป้าเติบโตที่วางไว้ 10% จากปีก่อนที่มีรายได้ 7,767.91 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 547.88 ล้านบาทตามลำดับ เนื่องจากได้รับอานิสงส์จากเงินบาทอ่อนค่า และไม่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจในประเทศชะลอตัว เนื่องจากบริษัทมีสัดส่วนรายได้จากการส่งออกสูงถึง 70% นอกจากนี้ แบรนด์สินค้าของบริษัทได้รับความนิยมและความไว้ใจจากลูกค้ามากยิ่งขึ้น รวมไปถึงต้นทุนคงที่ (Fixed Cost) ก็ลดลงอย่างต่อเนื่องอย่างไรก็ดี เนื่องจากงานเปลี่ยนสายไฟฟ้าลงดิน เป็นโครงการขนาดใหญ่ที่มีระยะทางยาวกว่า 262 กม.และวงเงินสูงถึงกว่า 1.43 แสนล้านบาท ดังนั้นคาดว่าจะมีหลายบริษัทที่มีประวัติการรับงานประมูลจากภาครัฐ เข้ามามีส่วนร่วมกับโครงการนี้ด้วย ดังนั้น แนะนำว่า ควรเก็งกำไรบนประเด็นข่าวนี้ด้วยความระมัดระวัง เพราะหุ้นหลายบริษัทมีการปรับตัวขึ้นแรงเพื่อรับข่าวตั้งแต่วานนี้แล้วนอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากข้อมูลภาคการผลิตที่อ่อนแอของสหรัฐ โดยสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) เปิดเผยว่า ดัชนี PMI ภาคการผลิต อยู่ที่ระดับ 51.1 ในเดือนส.ค. ลดลงจากระดับ 52.7 ในเดือนก.ค. โดยได้รับผลกระทบจากดอลลาร์ที่แข็งค่า และเศรษฐกิจโลกที่ซบเซาด้านมาร์กิต ซึ่งเป็นบริษัทสำรวจข้อมูลทางการเงิน เปิดเผยว่า ดัชนี PMI ภาคการผลิตของสหรัฐปรับตัวลงสู่ระดับ 53.0 ในเดือนส.ค. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 22 เดือน จากระดับ 53.8 ในเดือนก.ค. นายชูรัชฏ์ ชาครกุล กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ บริษัท ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด จำกัด (มหาชน) หรือ LALIN เปิดเผยว่า บริษัทเปิดตัวโครงการ ไลโอ นอฟ ดอนเมือง แจ้งวัฒนะ โครงการบ้านเดี่ยว บ้านแนวคิดใหม่ และทาวน์โฮม 2-3 ชั้น มูลค่าโครงการประมาณ 850 ล้านบาท เพื่อออกมารองรับความต้องการของผู้บริโภคที่อยู่ในย่านศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ-หลักสี่ สนามบินดอนเมือง โดยได้จัดงานใหญ่ แกรนด์ โอเพนนิ่ง (Grand Opening) เปิดตัวโครงการดังกล่าวขึ้นในระหว่างวันที่ 5-6 ก.ย.58 นี้ทั้งนี้ หากพิจารณาถึงสัดส่วนการใช้เชื้อเพลิงเพื่อผลิตไฟฟ้าในประเทศเพื่อนบ้าน ยกตัวอย่างเช่น ประเทศมาเลเซีย อินโดนีเซีย ซึ่งเป็นประเทศที่มีแหล่งปิโตรเลียมของตนเอง และมีแหล่งเชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติสูง จะสังเกตได้ว่า ประเทศมาเลเซีย มีการใช้ถ่านหิน ในสัดส่วนสูงถึง 42%ด้านตลาดหุ้นภูมิภาคเอเชียวันนี้แกว่งตัวในกรอบแคบทั้งในแดนบวกและลบ ยกเว้นตลาดฮ่องกงที่ปรับตัวลงมาก ด้านตลาดยุโรปเทรดในช่วงบ่ายนี้เคลื่อนไหวทั้งในแดนบวก-ลบในลักษณะทรงตัว ส่วนปัจจัยนอกประเทศ พรุ่งนี้มีการประชุมธนาคารกลางยุโรป (ECB) วันพรุ่งนี้ แต่คงไม่มีเรื่องให้ตื่นเต้น และในวันศุกร์มีตัวเลขการจ้างงานของสหรัฐ แต่ส่วนใหญ่ยังมองว่าธนาคารกลางสหรัฐ (FED) น่าจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือน ธ.ค.มากกว่าเดือน ก.ย.กรอบความร่วมมือดังกล่าวเกิดขึ้นจากบันทึกความเข้าใจ (MOU) ที่ได้ลงนามร่วมกันไปเมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2558 ที่ผ่านมา โดยเปิดให้บริษัทที่ต้องการระดมทุนสามารถใช้เอกสารการเปิดเผยข้อมูลชุดเดียวกันในการขออนุญาตเสนอขายมากกว่า 1 ประเทศ โดยจะได้รับการพิจารณาภายใต้กระบวนการที่รวดเร็วขึ้น ซึ่งจะเอื้อให้บริษัทสามารถเข้าถึงแหล่งทุนในภูมิภาคได้สะดวก และสามารถวางแผนการระดมทุนได้ดียิ่งขึ้น ทั้งนี้ ภาคธุรกิจที่สนใจสามารถศึกษารายละเอียด กระบวนการพิจารณา กรอบระยะเวลาดำเนินการ และคุณสมบัติของผู้เสนอขายหลักทรัพย์ได้จากคู่มือที่http://www.theacmf.org/ACMF/upload/streamlined_handbook.pdf,PSTC* หากมูลค่าการซื้อขายในวันนี้ = 74.6 ล้านบาทนายเฉลิมชัย มหากิจศิริ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โทรีเซนไทย เอเยนต์ซีส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TTA เปิดเผยว่า บริษัทอยู่ระหว่างการติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะเศรษฐกิจจีนอย่างใกล้ชิด เนื่องจากต้องยอมรับว่า การชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจจีนอาจจะส่งผลกระทบสั้นๆ ในช่วงครึ่งหลังของปีนี้กับธุรกิจของ TTA。

Insights from Russell Hsiao.

China-US Rivalry: The Taiwan Factor
Credit: Office of the President, ROC (Taiwan)

The Diplomat author Mercy Kuo regularly engages subject-matter experts, policy practitioners, and strategic thinkers across the globe for their diverse insights into U.S. Asia policy.?This conversation with Russell Hsiao – executive director of Global Taiwan Institute, senior fellow of The Jamestown Foundation, and adjunct fellow at Pacific Forum – discusses the U.S. approach to Taiwan, and how it factors into the China-U.S. relationship.

Compare and contrast the Trump and Biden administration’s approach to Taiwan.

Despite President Trump’s unpredictability and indifferent attitude toward Taiwan, there were many substantive advances in U.S.-Taiwan relations under his administration. These advances are primarily a function of the fundamental bipartisan shift in the U.S. approach to China toward competition and recognition of Taiwan’s strategic importance in the Indo-Pacific region. Although senior personnel appointments do matter, there are more consistencies than change in the two administrations’ fundamental approach to Taiwan in large part due to these macrolevel changes—even though the means do differ.

The Biden administration has for now maintained many of the features of the previous administration’s approach to Taiwan such as visible support for and measures to expand contacts with Taiwan to push back against the PRC’s growing pressure campaign. The most distinguishable feature between the two administrations’ approach is in President Biden’s focus on strengthening ties with allies and partners based on shared values and thereby collectively restraining Chinese malign behaviors rather than seeking to counter the PRC through unilateral exertion of U.S. military and economic power.

Explain the rising stakes of the “Taiwan factor” in China-U.S. rivalry and global affairs.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

U.S.-China rivalry is growing in tandem with increasing cross-strait tensions, so the stakes are clearly increasing. However, we should also be careful not to overstate the pace of change or assume overly deterministic outcomes based simply on current trends. The dangers of overreacting could stoke a crisis and be potentially as destabilizing as not responding to China’s increasingly aggressive behaviors. The fact of the matter is that growing U.S.-China rivalry will increasingly make Taiwan a factor in overall U.S.-China strategic competition and increasing cross-strait tensions are naturally creating more alignments between Washington and Taipei.

As the points of friction over the Taiwan Factor increase, the risk of miscalculation also increases. The culmination of events could lead to deepening resentments that are already apparent, which would make it very difficult to find off-ramps on either side should a crisis erupt. Yet, competition does not necessarily have to lead to conflict. In order to prevent such an outcome, Beijing should engage in faithful dialogue with the democratically elected leaders of Taiwan before views on the island harden ever more so against Beijing.

Assess the impact of the Taiwan Factor on the G-7 Summit. ?

Taiwan is increasingly seen as the canary in the coal mine for China’s neighbors and particularly democracies for the corrosive effects of China’s growing military, economic, and political influence on the world stage. Beijing’s aggressive tactics such as its intensifying gray zone activities against Taiwan in the economic, political, and military sphere are now being increasingly felt by other countries and businesses. This has laid bare the fact that China’s militarization, coercion, and intimidation may not end with Taiwan.

These perceptions have been amplified manifold against the backdrop of the COVID-19 pandemic, in which the G-7 governments – bound by shared values as open, democratic, and outward-looking societies – have taken note of democratic Taiwan’s exclusion from international health efforts as a result of authoritarian China’s recalcitrance, which prevents the strengthening of cooperation on issues of global concern that is vital to ensure inclusive processes in international organizations.

Explain Taipei’s strategic calculus in engaging the Biden administration to mitigate cross-strait crisis or conflict.

Without endogenous deterrence capabilities like nuclear weapons, Taiwan on its own will have no choice but to fight a losing battle or be coerced to accept Beijing’s terms for negotiations on unification. Washington therefore plays a critical role as a balancer and provides Taipei with the confidence it needs to engage China in cross-straits relations.

While there are growing and compelling calls for Washington to move toward “strategic clarity,” there is little that Taipei can do to force a change in this consideration barring a unilateral move to radically move away from the status quo – it hasn’t done so and arguably need not do so now, since there is greater alignment of interests between Washington and Taipei than ever before since the change in diplomatic ties in 1979.

What is the impact of anti-Asian American and anti-China sentiment on U.S. policymakers’ decision-making process on Taiwan policy and the U.S.-China competition??

The changes in the U.S. approach toward Taiwan have been primarily driven by a fundamental bipartisan shift in the U.S. approach to China and the recognition of Taiwan’s strategic importance in the Indo-Pacific region. This shift in mindset was underscored by Assistant Secretary of State for East Asian and Pacific Affairs David Stilwell in 2020 when he stated: “While they may be interrelated, our relationship with Taiwan is not a subset of our bilateral relationship with the PRC.”

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

U.S. policymakers need to be mindful of the potential effects of anti-China sentiments and negative externalities resulting from its conflation to anti-Asian American sentiments. It is critical that when the U.S. government externally communicates its policy of strategic competition with China, it is properly focused, precise about the malign behaviors, and conscientiously referring to the party-state led by the Chinese Communist Party (CCP). And, most importantly, at the same time as it is talking to its allies and like-minded partners, it should also try to communicate with the people within China, and even more importantly with the domestic audience at home so that the people can have a better understanding about the nature of the challenge.